การพิจารณาเลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้

ตลาดน้ำผลไม้ ถือเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากกระแสของการดูแลสุขภาพที่มีมากขึ้น ทำให้การความต้องการในการบริโภคน้ำผลไม้ทั้งแบบสดและพาสเจอไรส์มีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันในประเทศไทยนั้นมีน้ำผลไม้ให้เลือกบริโภคได้มากมายหลายประเภท เช่น

  • น้ำผลไม้สด เป็นน้ำผลไม้ที่ได้มาจากการนำผลไม้สดมาปั่นเพื่อรับประทาน โดยไม่มีการปรุงแต่ง หรือเพิ่มเติมรสชาติเพิ่มเติมลงไป เช่นน้ำมะพร้าว น้ำผลไม้รวม
  • น้ำผลไม้ผ่านกระบวนการ เช่นใส่สารกันบูดหรือสารปรุงแต่งเพื่อปรุงรสชาติ เพื่อยืดอายุการเก็บน้ำผลไม้ให้นานขึ้น โดยแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ เช่น
  • น้ำผลไม้แบบ 100% น้ำผลไม้ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำผลไม้สด เป็นน้ำผลไม้ที่ไม่เติมน้ำตาล หรือสารปรุงแต่งอื่นเช่น ส้ม ฝรั่ง สัปปะรด
  • น้ำผลไม้แบบ 40 – 60% น้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของผลไม้อยู่มากกว่า 1 ชนิด มี และมักเติมน้ำตาลเพื่อแต่งรสชาติ และสารกันบูด เติมสีแต่งกลิ่นลงไปในน้ำผลไม้
  • น้ำผลไม้แบบประมาณ 20 – 100% เป็นน้ำผลไม้แบบยูเอชที ผลิตจากผลไม้สด หรือผลไม้เข้มข้นมาทำให้เจือจางลง

และด้วยความหลากหลายของน้ำผลไม้ที่มีในประเทศไทย ส่งผลให้ตลาดน้ำผลไม้จึงต้องเร่งพัฒนารูปแบบทั้งทางด้านของรสชาติ บรรจุภัณฑ์ รวมถึงกระบวนการในการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้ให้ตรงกับความต้องการในการใช้งาน ซึ่งมีหลักในการพิจารณาเลือกซื้อ ดังต่อไปนี้

  • การเลือกซื้อโดยพิจารณาถึงรอบหมุนว่าต้องการการปั่นแบบละเอียดมากหรือน้อย รวมถึงสมรรถนะของเครื่องว่าสามารถปั่นวัตถุดิบในแบบใดบ้าง เช่น ปั่นได้เฉพาะแบบแข็ง แบบอ่อน หรือสามารถปั่นได้ทั้งสองแบบ
  • พิจารณาคุณสมับิตในการใช้งานรูปแบบอื่น เช่นการปั่นวัตถุดิบอื่น สมุนไพร น้ำแข็ง
  • พิจารณาถึงยี่ห้อและการประกันคุณภาพ ควรเลือกซื้อเครื่องปั่นจากยีห้อที่เป็นที่รู้จักและยอมรับว่าเป็นเครื่องที่มีคุณภาพดี มีการทดสอบการใช้งาน มีความละเอียดในการปั่นเนื้อผลไม้สูง รวมถึงการรับประกันและบริการหลังการขายที่ดี